คำพิพากษาศาลฎีกาที่1592/2563
ป.ที่ดิน ม. 9, ม. 108 ทวิ
แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยจะซ่อมแซมปรับปรุงหลังคาซุ้มทุก 2 ปี ตามที่นำสืบ แต่การเปลี่ยนหลังคาซึ่งมุงด้วยหญ้าแฝกเดิมที่หมดสภาพแล้วมุงใหม่ มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของซุ้ม แต่เป็นการซ่อมเปลี่ยนหลังคาเพื่อปรับปรุงให้ซุ้มอยู่ในสภาพเดิมที่ใช้งานได้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว อันเป็นเพียงการซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างเท่านั้น มิใช่การก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่จะต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 26 กันยายน 2560 จึงเกินกว่า 5 ปี นับแต่ปี 2547 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จำเลยก่อสร้างอาคารเสร็จโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีสำหรับความผิดนี้จึงขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) และต้องยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้จึงไม่ชอบ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
อนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินเกิดเหตุเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นที่ดินราชพัสดุเป็นที่ดินของรัฐ และเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดินเพื่อการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองจังหวัดลพบุรี ประชาชนไม่สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากนิคมสร้างตนเองจังหวัดลพบุรี ดังนั้น การที่จำเลยยึดถือครอบครองและปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยปราศจากเหตุอันจะอ้างตามกฎหมายได้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจสั่งให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารของจำเลยออกไปจากที่ดินที่เกิดเหตุได้
ป.ที่ดิน ม. 9, ม. 108 ทวิ
แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยจะซ่อมแซมปรับปรุงหลังคาซุ้มทุก 2 ปี ตามที่นำสืบ แต่การเปลี่ยนหลังคาซึ่งมุงด้วยหญ้าแฝกเดิมที่หมดสภาพแล้วมุงใหม่ มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของซุ้ม แต่เป็นการซ่อมเปลี่ยนหลังคาเพื่อปรับปรุงให้ซุ้มอยู่ในสภาพเดิมที่ใช้งานได้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว อันเป็นเพียงการซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างเท่านั้น มิใช่การก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารที่จะต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 26 กันยายน 2560 จึงเกินกว่า 5 ปี นับแต่ปี 2547 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จำเลยก่อสร้างอาคารเสร็จโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีสำหรับความผิดนี้จึงขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) และต้องยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้จึงไม่ชอบ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
อนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินเกิดเหตุเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นที่ดินราชพัสดุเป็นที่ดินของรัฐ และเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดินเพื่อการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองจังหวัดลพบุรี ประชาชนไม่สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากนิคมสร้างตนเองจังหวัดลพบุรี ดังนั้น การที่จำเลยยึดถือครอบครองและปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยปราศจากเหตุอันจะอ้างตามกฎหมายได้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจสั่งให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารของจำเลยออกไปจากที่ดินที่เกิดเหตุได้